สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ปชช.ทวงคืนต้นไม้เขาใหญ่ผ่าน change.org

ปชช.ทวงคืนต้นไม้เขาใหญ่ผ่าน change.org

จาก โพสต์ทูเดย์

ประชาชนนับพันร่วมปกป้องเขาใหญ่ กว่า 4,000 คนร่วมลงชื่อผ่าน change.org ให้กรมทางหลวงปลูกต้นไม้คืนทางขึ้นเขาใหญ่ 

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ นำโดยนายธารา บัวคำศรี ได้สร้างเว็บเพจเพื่อระดมรายชื่อผ่าน change.org/replant หลังจากที่กรมทางหลวงปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่  16 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า การปลูกต้นไม้ใหญ่คืนเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

โดยนายธารา กล่าวว่า เครือข่ายอนุรักษ์เขาใหญ่ได้รณรงค์เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2553 จนเป็นผลสำเร็จ เกิดมติคณะรัฐมนตรีพร้อมกับคำสั่งศาลปกครอง หยุดยั้งไม่ให้กรมทางหลวงขยายถนนเพิ่มเติมและต้องฟื้นฟูความเสียหายที่เกิด ขึ้นทั้งหมด

“กรมทางหลวงมีหน้าที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ขึ้นทั้งหมด 128ต้น ภายใน 60วัน นับจากวันที่ 16 พฤษภาคม แต่กรมทางหลวงกลับอ้างว่าปลูกยาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ผมยืนยันว่าการปลูกต้นไม้คืนไม่ใช่เรื่องลำบากและสามารถลงมือทำได้เลย ถ้ากรมทางหลวงมีความจริงใจ และที่กล่าวว่าการปลูกต้นไม้ใหญ่คืนเป็นไปไม่ได้ เพราะจะไม่มีรากแก้วและทำให้ต้นไม้โค่นล้มได้นั้น เป็นเพียงข้ออ้าง เพราะหากจะปลูกจริงๆก็สามารถใช้วิธีการค้ำยันเพื่อให้ต้นไม้ยืนต้นอยู่ด้วย ตัวเองได้”

นายธารา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่มารณรงค์ระดมรายชื่อผ่าน Change.org เพราะเชื่อว่ามีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับกระทำของกรมทางหลวง เช่นกัน ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการให้กรมทางหลวงทำตามคำสั่งศาลปกครองโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องมีการอุทธรณ์เพราะเป็นการซื้อเวลาจากการเสียหน้าเท่านั้น

บนหน้าเว็บเพจ Change.org/replant ผ่านไป 4วันมีร่วมลงชื่อแล้วกว่า 4,500คน และมีการแสดงความเห็นนับร้อยๆ คน เช่น “พื้นที่ความเจริญมีมากมายเหลือเกิน  แต่ป่าที่อุดมสมบูรณ์กลับน้อยลง  เหลือพื้นที่สร้างออกซิเจน โอโซน ไว้ให้คนรุ่นหลังบ้าง” และ “สิ่งที่เคยประทับใจคือความร่มรื่นที่แต่ก่อนเริ่มตั้งแต่ทางขึ้นเขาใหญ่ ทำให้สามารถค่อยๆ ขับรถชื่นชมธรรมชาติได้   รู้สึกเสียดายที่บรรยากาศแบบนั้นได้หายไป  เมื่อไหร่เราจะสามารถเรียนรู้ที่จะพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาธรรมชาติได้เสีย ที”

นายธารา กล่าวอีกว่า ทางเครือข่ายฯ จะรวบรวมรายชื่อให้มากที่สุดเพื่อยื่นให้ นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง ภายในเวลาสองสัปดาห์นี้ และเตรียมจัดกิจกรรมอีกจำนวนมากเพื่อเชิญชวนผู้ลงชื่อมาร่วมปลูกต้นไม้เพื่อ จุดประกายเรื่องการฟื้นฟูธรรมชาติโดยรวมอีกด้วย


ประชาชนกว่า4,000 คน ลงชื่อให้กรมทางหลวงปลูกต้นไม้คืนทางขึ้นเขาใหญ่

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ประชาชนนับพันร่วมสนับสนุนการ รณรงค์ของ เครือข่ายอนุรักษ์เขาใหญ่ ผ่าน change.org/replant เรียกร้องให้กรมทางหลวงทำตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ปลูกต้นไม้ใหญ่คืนสองข้างทางถนนธนะรัชต์ หลังขยายถนน และราดยางทับจนไม่เหลือ “อุโมงค์ต้นไม้” ขึ้นเขาใหญ่อย่างที่ประชาชนคุ้นเคย

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ นำโดยนายธารา บัวคำศรี ได้สร้างเว็บเพจเพื่อระดมรายชื่อผ่าน change.org/replant หลังจากที่กรมทางหลวงปฎิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่  16 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า การปลูกต้นไม้ใหญ่คืนเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก 

ผ่านไป 4วันมีร่วมลงชื่อแล้วกว่า 4,500คน โดยนายธารา กล่าวว่า เครือข่ายอนุรักษ์เขาใหญ่ได้รณรงค์เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2553 จนเป็นผลสำเร็จ เกิดมติคณะรัฐมนตรีพร้อมกับคำสั่งศาลปกครอง หยุดยั้งไม่ให้กรมทางหลวงขยายถนนเพิ่มเติมและต้องฟื้นฟูความเสียหายที่เกิด ขึ้นทั้งหมด 

“กรมทางหลวงมีหน้าที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ขึ้นทั้งหมด 128ต้น ภายใน 60วัน นับจากวันที่ 16 พฤษภาคม แต่กรมทางหลวงกลับอ้างว่าปลูกยาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น


ผมยืนยันว่าการปลูกต้นไม้คืนไม่ใช่ เรื่องลำบากและสามารถลงมือทำได้เลย ถ้ากรมทางหลวงมีความจริงใจ และที่กล่าวว่าการปลูกต้นไม้ใหญ่คืนเป็นไปไม่ได้ เพราะจะไม่มีรากแก้วและทำให้ต้นไม้โค่นล้มได้นั้่น เป็นเพียงข้ออ้าง เพราะหากจะปลูกจริงๆก็สามารถใช้วิธีการค้ำยันเพ่ื่อให้ต้นไม้ยืนต้่นอยู่ ด้วยตัวเองได้”

นายธารากล่าวเพิ่มเติมว่าที่มารณรงค์ระดบรายชื่อผ่าน Change.org เพราะเชื่อว่ามีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับกระทำของกรมทางหลวง เช่นกัน ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการให้กรมทางหลวงทำตามคำสั่งศาลปกครองโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องมีการอุทธรณ์เพราะเป็นการซืื้อเวลาจากการเสียหน้าเท่านั้น

 บน หน้่าเว็บเพจ Change.org/replant ผู้่ร่วมลงชื่อได้แสดงความเห็นนับร้อยๆ คน โดย รันทม ลี้ภูมิวณิชย์  กล่าวว่า “พื้นที่ความเจริญมีมากมายเหลือเกิน  แต่ป่าที่อุดมสมบูรณ์กลับน่้อยลง  เหลือพื้นที่สร้างออกซิเจน โอโซน ไว้ให้คนรุ่นหลังบ้่าง”


ขณะที่ วิสุทธิชาติ  เข็มกลัด จากกรุงเทพฯ  กล่าวว่า “สิ่งที่เคยประทับใจคือความร่มรื่นที่แต่ก่อนเริ่มตั้งแต่ทางขึ้นเขาใหญ่ ทำให้สามารถค่อยๆ ขับรถชื่นชมธรรมชาติได้   รู้สึกเสียดายที่บรรยากาศแบบนั้นได้หายไป  เมื่อไหร่เราจะสามารถเรียนรู้ที่จะพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาธรรมชาติได้ เสียที”

นายธารากล่าวอีกว่าทางเครือข่ายฯ จะรวบรวมรายชื่อให้มากที่สุดเพื่อยื่นให้นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง ภายในเวลา สองสัปดาห์นี้ และเตรียมจัดกิจกรรมอีกจำนวนมากเพื่อเชิญชวนผู้ลงชื่อมาร่วมปลูกต้นไม้กับ เราเพื่อจุดประกายเรื่องการฟื้นฟูธรรมชาติโดยรวมอีกด้วย


ไร่รักษ์ไม้,มูลไส้เดือน,ปุ๋ยมูลไส้เดือน,เกษตรแปรรูป,อุปกรณ์แค้มปิง,อุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัย,เอาตัวรอดในภาวะวิกฤต

Tags :

view