จาก โพสต์ทูเดย์
เกษตรฯ เต้นแจงสื่ออังกฤษ อาหารเลี้ยงกุ้งไทยกว่า 50% เป็นเศษเหลือจากอุตสาหกรรมอาหาร
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ให้กรมประมง ทำหนังสือชี้แจงต่อสถานทูตอังกฤษ เพื่อชี้แจงกรณีที่หนังสือพิมพ์สื่ออังกฤษ ได้พูดถึงเอกชนไทยบางบริษัทและธุรกิจการเลี้ยงกุ้งของไทยว่า ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งของไทย ใช้อาหารเลี้ยงกุ้งที่มีส่วนผสมจากปลาป่นที่มาจากปลาเป็ด ปลาไก่ ที่เป็นปลาโตไม่เต็มวัยเป็นการทำลายธรรมชาติในทะเล ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมปลาป่นของไทย ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์เช่นกุ้งและไก่ มาจาก 1. เศษปลา หัวปลาจากอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป 2.ปลาเป็ดจากธรรมชาติที่เป็นปลาเป็ดแท้ ซึ่งเป็นขนาดปลาแต่เป็นปลาโตเต็มวัย 3.จากเศษปลาที่ผลิตปลาซูริมิ มากถึง 60-70% ทั้งนี้ผลผลิตปลาป่นไทยประมาณปีละ 4.4 แสนตัน มีการใช้ในประเทศมากถึง 3 แสนกว่าตันที่เหลือส่งออกประมาณ 7หมื่นตัน มูลค่ารวมปีละกว่า 2.1 พันล้านบาท
ทั้งนี้ ในการกล่าวหาว่าไทยไม่อนุรักษ์ธรรมชาตินั้น ขอชี้แจงว่าประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีมาตรการอนุรักษ์ ทรัพยากรทะเลที่เข้มข้นมากกว่าประเทศอื่นในอาเซียน เช่น 1.การจัดให้มีช่วงการปิดอ่าวในฤดูปลาวางไข่ใน 22 จังหวัดชายทะเลของประเทศทุกปี มีผลให้มีปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มประมงพื้นบ้านยอมรับว่าสัตว์ทะเลมีปริมาณเพิ่มขึ้นจริง 2. การทำโครงการปะการังเทียมใน 22 จ.ชายทะเลเพื่อเพิ่มแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และป้องกันการทำประมงโดยเรืออวนลาก นอกนั้นจะมีการขยายพื้นที่ห้ามทำประมงเรืออวนลากขยายจาก 3 กิโลเมตรจากชายฝั่งเป็น 5.4 กม.จากชายฝั่งเพื่อคุ้มครองทรัพยากรชายฝั่งเพิ่มมากกขึ้น ทั้งนี้การทำประมงของไทยเป็นไปตามหลักสากลของIUU ว่าด้วยการทำขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตามการพัฒนาการเลี้ยงของไทยกำลังพัฒนาไปสู่การเลี้ยงกุ้งอินทรีย์เพิ่มขึ้นโดยใช้สาหร่ายเป็นอาหาร
ไร่รักษ์ไม้,มูลไส้เดือน,เกษตรแปรรูป,อุปกรณ์แค้มปิง,อุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัย,เอาตัวรอดในภาวะวิกฤต