สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

เวียดนามเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป

จากประชาชาติธุรกิจ

Looktarn : เรื่อง

ในช่วงเวลาที่อากาศเมืองไทยสุดแสน จะอบอ้าว ภาพความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้าและวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของผู้คนที่ไหลบ่า เข้ามาในหัว ทำให้จุดหมายของการเดินทางทริปสั้น ๆ เพื่อหนีร้อนไปพึ่งเย็นดังบรรยากาศตามที่จินตนาการ ได้ปักหมุดลงยังประเทศใกล้เคียงที่มีชื่อว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

เวลาเพียงสองชั่วโมงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สู่ท่าอากาศยานนอยไบ เทอร์มินอล 2 แห่งเมืองฮานอย สนามบินแห่งใหม่ของเวียดนามที่เพิ่งเปิดใช้เมื่อปีกลาย เพื่อรองรับนักเที่ยวที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสายการบินเจ็ทสตาร์แปซิฟิกที่เพิ่งเปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ-ฮานอย ในราคาเบา ๆ ก็ช่วยทำให้การเดินทางในระยะสั้นแบบนี้สมบูรณ์แบบขึ้นไม่น้อย



ออกจากสนามบินมาไม่ทันไรก็สะดุดตากับสะพานขนาดใหญ่ที่ใช้ชื่อเรียกว่า"เญิตเติน (Nhat Tan)" ซึ่งถ้านับเป็นสะพานคู่บุญกับอาคารหลังที่สองของสนามบินนอยไบก็คงไม่ผิดนัก เพราะทั้ง 2 แห่งถูกเปิดใช้ในเวลาใกล้เคียงกัน ความมโหฬารของสะพานข้ามแม่น้ำแดงแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ขนาดที่อลังการ แต่ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการคมนาคมจากสนามบินสู่ตัวเมืองฮานอยด้วยเวลาที่รวดเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว

ทั้งสองแลนด์มาร์กใหม่ที่เกิดขึ้นบนฮานอย แสดงให้เห็นถึงว่ารัฐบาลเวียดนามพยายามกระเตื้องตัวเอง ขยับจากภาพลักษณ์ที่ดูเป็นเมืองชนบทสู่การเป็นเมืองที่มีความพร้อมมากขึ้นในด้านสาธารณูปโภค ทั้งนี้อาจเชื่อมโยงได้ถึงการเปิด AEC ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ด้วย



ภาพการไขว่คว้าดอกไม้ใบหญ้าเป็นอันต้องถูกพับลงกระเป๋าชั่วคราว เมื่ออยู่ในเขตเมืองหลวงของเวียดนาม ลองย่ำเท้าออกชมวิถีชีวิตคนเมืองฮานอยในวันนี้ดูสักครา

ร้านกาแฟขนาด น้อยใหญ่ที่ครึกครื้นอยู่ทุกมุมของถนนยังคงเป็นแหล่งสถิตของนักสนทนาทั้ง หลายโดยโต๊ะเก้าอี้ขนาดเล็กริมฟุตปาทหน้าร้านจะถูกจับจองตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนจะวายเมื่อผู้คนแยกย้ายไปทำงาน

แต่ไหนแต่ไรมา การดำรงชีวิตชาวเวียดนามพึ่งพิงธรรมชาติเป็นหลัก พื้นที่เพียงนิดก็ยังสร้างประโยชน์ด้วยการเปลี่ยนเป็นแปลงผักสำหรับคนในครอบครัว หากมีที่กว้างก็จะทำนาข้าวหรือการเกษตรอื่น ๆ แต่เมื่อความเจริญทางวัตถุรุกคืบมาถึง พื้นที่จึงถูกจัดสรรปันไปเป็นโรงงาน ออฟฟิศ คนหนุ่มสาวของเวียดนามในยุคนี้จึงมักออกจากบ้านไปขายแรงงานตามประสาชาวเมืองที่กำลังเร่งพัฒนา ทิ้งแปลงเกษตรไว้ให้คนเฒ่าคนแก่เป็นผู้ดูแล



ยิ่งหากมองบริเวณแยกใหญ่ตรงถนน Cat Linh แถวโรงแรมพูลแมน ฮานอย จะเห็นได้ชัดว่ามีการปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างตึกสูง และอาคารใหญ่อยู่หลายจุด ขณะเดียวกันร้านรวงในย่านนั้น ส่วนใหญ่จึงหันมาค้าขายอุปกรณ์ก่อสร้างเพื่อตอบสนองความต้องการเสียเลย

สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนเดินเท้าในเวียดนามยังคงหนีไม่พ้น "การข้ามถนน" โดยเฉพาะบริเวณแยกใหญ่ทั้งหลาย แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ก็อดหวั่นไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับฝูงมอเตอร์ไซค์จำนวนมหาศาล ซึ่งพุ่งไปข้างหน้าราวกับพร้อมจะกรูเข้ามาหาอยู่ตลอดเวลา โดยการเปลี่ยนแปลงจากจักรยานขาถีบสู่รถเครื่องสองล้อในช่วง 2 ทศวรรษมานี้ มีการคาดการณ์ว่าจำนวนมอเตอร์ไซค์ในเวียดนาม เฉลี่ยแล้วพอ ๆ กับจำนวนของประชากรที่มีปริมาณพุ่งสูงถึง 100 ล้านคน !



ด้วยอากาศที่ไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไปนัก ช่วยสร้างบรรยากาศที่คุ้นเคยให้นักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเรา ๆ ได้เป็นอย่างดี การเดินชมเมืองฮานอยไปเรื่อย จึงดูไม่สร้างความลำบากลำบนใด ๆ แม้จะมีอุปสรรคทางด้านภาษาบ้าง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังคงใช้ภาษาเวียดนามเป็นภาษาหลัก ป้ายบอกสถานที่ หรือร้านรวงต่าง ๆ ก็ยังคงเขียนด้วยภาษาถิ่น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เป็นเรื่องของการต่อรองราคาซื้อขายสินค้านับว่าหายห่วงได้เลย เพราะพ่อค้าแม่ค้าสามารถพูดภาษาไทยเพื่อธุรกิจได้ในระดับดีทีเดียว



น่า แปลกที่ความจอแจในเวียดนามดูไม่ก่อความน่ารำคาญใจขึ้นแม้แต่น้อยเพราะรายทาง ในเมืองหลวงไม่ได้เจริญขึ้นแตะถึงขีดสุดจึงยังมีมุมที่ทำให้เราได้หยุดซึม ซับบรรยากาศอันแสนผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ-สถาปัตย์ของตึกรามบ้านช่อง งานฝีมือที่อยู่ในร้านขายของที่ระลึก หยุดนั่งพักผ่อนริมทะเลสาบใจกลางเมืองอย่างทะเลสาบหว่านเกี๊ยม หรือทะเลสาบคืนดาบ แวะดูหุ่นกระบอกน้ำการแสดงประจำชาติ หรือแม้กระทั่งยิ้มให้กับมิตรไมตรีที่พบตลอดทาง



เวียดนามดูจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ดี โดยค่อย ๆ เคลื่อนไหวปรับตัวไปสู่ความเป็นโลกาภิวัตน์ ไม่กระโจนจ้วงลงไปอย่างเต็มตัว จึงจะพบได้ว่าบรรยากาศเย็นใจแบบเวียดนามดั้งเดิมที่ตั้งใจมาหาไม่เคยหายไปไหน เพียงจำกัดตัวอยู่ในบริเวณรอบ ๆ เมืองหลวง



แค่นั่งรถเพียงไม่กี่อึดใจ ภูเขาสูงเอียนตื๋อ (Yen Tu) ที่ตั้งโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ก็จะปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า หรือแม้กระทั่งมรดกโลกทางธรรมชาติอย่างอ่าวฮาลอง หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างรายได้มากที่สุดให้กับประเทศเวียดนาม ก็ไปถึงได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเช่นกัน


ไร่รักษ์ไม้,Eosgear,มูลไส้เดือน,อุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัย,victorinox,แปรรูป,อุปกรณ์แค้มปิง,servival Kit,ราคา,อร่อย

Tags : เวียดนามเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เปลี่ยนไป

view