สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

รัฐฮึ่มถอนทะเบียน ประมงผิดค้ามนุษย์

จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

อธิบดีกรมประมง งัด “บัญชีดำ” ขู่ลงดาบประมงผิดกฎหมาย ผิดซ้ำถอนใบอนุญาต “ประยุทธ์” คาดสถานการณ์แรงงานประมงจะดีขึ้น

หลังขึ้นทะเบียนเรือทั้งหมด พร้อมสั่งจัดการเด็ดขาดเรือที่หลบเลี่ยงเข้าระบบ ด้าน ปปง.แถลงยึดทรัพย์นายหน้าค้าชาวโรฮิงญา กว่า 30 ล้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่จับกุมชาวโรฮิงญาได้บนขบวนรถไฟสายใต้ ขณะลักลอบเดินทางไปประเทศที่สาม

วานนี้ (30 มี.ค.) นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง กล่าวถึงกรณีตรวจพบแรงงานประมงชาวไทยถูกคุมขังอยู่ที่เกาะเบจินา ประเทศอินโดนีเซียว่า เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สบายใจ ซึ่งขณะนี้ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งตำรวจไทยได้เข้าไปติดตามแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนแล้ว

เขากล่าวว่า หากผลการสืบสวนสอบสวนพบว่า มีเรือประมงลำใดเกี่ยวข้องกับปัญหาในครั้งนี้จะถูกขึ้นบัญชีดำ หรือแบล็คลิสต์ บันทึกประวัติไว้ก่อน แม้กฎหมายประมง ฉบับปัจจุบันไม่ให้อำนาจในการลงโทษ แต่หากเรือเหล่านี้กระทำความผิดอีกครั้ง ก็จะพิจารณาถอนใบอนุญาตการทำประมง ตามกฎหมายการประมงฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ประมาณ เดือน พ.ค.นี้

“เรื่องที่เกิดขึ้นยังตอบไม่ได้ว่า จะมีผลต่อการที่สหภาพยุโรปเตรียมประกาศเตือนสินค้าประมงไทยอย่างเป็นทางการ เพราะเข้าข่ายการทำประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู ตามระเบียบของอียู และยังไม่รู้ว่าจะกระทบกับการตัดสินใจของสหรัฐ ที่จะประกาศการจัดอันดับการค้ามนุษย์ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ หรือไม่” นายจุมพล กล่าว

นายจุมพล กล่าวว่า ขณะนี้อียู ได้เลื่อนการแจกใบเหลือง จากเดือน พ.ย.2557 มาเป็นเดือน ก.พ.2558 แต่กระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีการแจ้งเตือนเข้ามา ซึ่งมองว่าอาจเป็นท่าทีของอียู ที่เข้าใจความพยายามของไทย ที่ได้แก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจังและรายงานให้อียูรับทราบอย่างต่อเนื่อง ตามโจทย์ที่อียูให้ไว้ เช่น จัดทำข้อมูลเรือเทียบท่าขาเข้าและขาออก การแก้ไขกฎหมายการประมง เป็นต้น

ด้าน นางสาววราภรณ์ พรหมพจน์ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อ รายใหญ่ในยุโรปและสหรัฐได้นำทีมผู้บริหารเข้ามาตรวจดูการผลิตสินค้าประมงไทย แต่เมื่อมาถึงประเทศไทยแล้วก็ทราบว่า กรมประมง ได้จัดทำทะเบียนและติดตั้งระบบติดตามเรือแล้ว ทำให้เอกชนของยุโรปและสหรัฐพอใจอย่างมาก

จัดการเด็ดขาดเรือเลี่ยงขึ้นทะเบียน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาแรงงานประมงผิดกฎหมายว่าทั้งเรื่องประมง ค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าว ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาลต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมให้ได้ ต้องชัดเจน ไม่ใช่มีเฉพาะการรายงาน แต่ในการปฏิบัติมีน้อยมากที่มีความเปลี่ยนแปลง

“ถ้าเขียนว่าให้ทุกหน่วยช่วยกันดูแลเฝ้าระวังเรื่องแรงงานผิดกฎหมายก็ไม่เกิดผลอะไร เพราะเป็นงานในระบบอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขาดูเราคือการควบคุม มาตรการต่างๆ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของรัฐบาลจึงต้องเข้มงวดกวดขันว่าจะดำเนินการอย่างไรใน 4-5 ปี และเมื่อมีการเตือนมาแล้วก็ต้องมีมาตรการเตรียมรับความเสี่ยงเหล่านี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เขากล่าวอีกว่าได้สั่งการให้ฝ่ายเศรษฐกิจศึกษาว่า จะมีความเดือดร้อนอย่างไรบ้าง ซึ่งยังอยู่ในระดับพอรับไหวและไม่เสียหายมากนัก แต่ก็ไม่อยากให้เสียจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้เร็ว

“ขณะนี้เรื่องแรงงานประมง สถานการณ์น่าจะดีขึ้น เขาก็เห็นว่าเราเอาจริงเอาจังเรื่องการค้ามนุษย์ ครั้งที่แล้วไม่รู้รัฐบาลใครจะรายงานไปแล้ว แต่มันไม่เกิดผลในทางปฏิบัติเท่าไรนักเราเริ่มทำงานมา 3 เดือนกว่าๆมีการจดทะเบียนแรงงานทั้งหมดทุกประเภท 2 ล้านกว่าคนเกิดในรัฐบาลนี้ทั้งนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยจดได้สำเร็จ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้ยังมีการร่วมจดสัมปทานร่วมกับต่างประเทศ อาทิ บรูไน ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิกินีและอีกหลายประเทศที่เป็นหมู่เกาะ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้มีเรือประมงถึง 6 หมื่นลำจดทะเบียนไปแล้ว 3 หมื่นลำ ส่วนที่เหลือก็เลี่ยงบ้าง หลบหนีบ้าง ต่อไปนี้ คสช.จะดูทุกท่าเรือทั้งหมด ใช้อำนาจอย่างสร้างสรรค์ หนีไม่รอดหรอก ขึ้นทะเบียนให้หมด ถ้าชื่อซ้ำก็ยึด หนึ่งชื่อต้องมีลำเดียวเท่านั้น

ประกาศค้ามนุษย์วาระชาติ3เม.ย.

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในวันที่ 3 เม.ย.นี้ รัฐบาลจะประกาศให้การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขกฎเรื่องการควบคุมการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ ไอยูยู.

ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไข ทั้งแรงงานเถื่อน แรงงานเด็ก และภาคประมง หากรัฐบาลก่อนอ้างว่าได้แก้ปัญหาแล้วก็ต้องย้อนพิจารณาดูว่าเหตุใดจึงยังไม่จดทะเบียนเรือประมง

ส่วนที่มีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์นั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต่างชาติเพ่งเล็ง ซึ่งรัฐบาลนี้พยายามแก้ไขและเอาผิดตามกฎหมาย

ยึดทรัพย์นายหน้าโรฮิงญา30ล.

ร.ต.อ.หญิง สุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงวานนี้ (30 มี.ค.) ถึงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมและกรณีใช้อำนาจยึดและอายัดทรัพย์ในกรณีเร่งด่วน ประกอบด้วยคดีสำคัญ 3 คดี ได้แก่

คำสั่งอายัดทรัพย์ขบวนการค้ามนุษย์ กรณีนายหน้าขนชาวโรฮิงญาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สืบเนื่องจากการจับกุมนายผดุงศักดิ์ บุญพินิจ และนายสุทธิพงศ์ ช่วยพัฒน์ เครือข่ายกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว และขยายผลจนพบว่า มีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมากถึง 45 คน โดยมีนายสุนันท์ แสงทอง หรือ โกมิตร เป็นนายหน้านำชาวโรฮิงญามาจากประเทศพม่า เพื่อลำเลียงไปลงเรือประมงในจ.สงขลา

ทั้งนี้จากการตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมและทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดพบว่า นายผดุงศักดิ์กับพวกมีทรัพย์สินที่เชื่อได้ว่ามาจากการกระทำผิดเป็นเงินฝากในธนาคารและสลากออมทรัพย์ รวมมูลค่า 31 ล้านบาท

รวบโรฮิงญา76คนบนรถไฟสายใต้

วันเดียวกัน ตำรวจสันติบาล ตำรวจรถไฟ ตำรวจ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จับกุมชาวพม่า เชื้อสายโรฮิงญา จำนวน 76 คน บนตู้รถไฟชั้น 3 ขบวนรถเร็วที่ 171 จากสถานีกรุงเทพฯ- สุไหงโก-ลก หลังลักลอบเดินทางเข้าประเทศเพื่อไปยังประเทศที่สาม โดยจับกุมได้ที่สถานีชุมทางทุ่งสง ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ทั้งหมดไม่มีเอกสารแสดงตน

เบื้องต้นซักถามผ่านล่ามแปลภาษาได้ความว่า ชาวพม่ากลุ่มนี้แยกกันขึ้นรถไฟจากสถานีต่างๆ ทั้งหัวลำโพง นครปฐม ราชบุรี ชุมพร เพื่อเดินทางไปยังสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จากนั้นจึงควบคุมไว้เพื่อทำการสืบสวนขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ ก่อนที่จะได้ส่งตัวไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีและผลักดันออกนอกประเทศไปตามขั้นตอน

ลุยจับต่างด้าว-ขอทานด่านอรัญฯ

ที่ จ.สระแก้ว วานนี้ (30 มี.ค.) ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว ร่วมกับทหาร และตำรวจท้องที่ เปิดปฏิบัติการปราบปรามการค้ามนุษย์และขอทานชาวกัมพูชา บริเวณตลาดโรงเกลือ และบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมนายหน้าหลอกแรงงานชาวกัมพูชา พร้อมแรงงานชาวบ้านที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายได้หลายราย

นอกจากนี้ยังจับกุมขอทานชาวกัมพูชาในตลาดโรงเกลือและช่องทางเดินเข้าหน้าด่านตรวจคนเมืองอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ 12 คน แบ่งเป็นหญิงชรา 5 คน เด็กและเยาวชน 5 คน และทารก 2 คน ทั้งหมดไม่มีเอกสารแสดงตน



ไร่รักษ์ไม้,Eosgear,มูลไส้เดือน,อุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัย,victorinox,แปรรูป,อุปกรณ์แค้มปิง,servival Kit,ราคา,อร่อย

Tags : รัฐฮึ่มถอนทะเบียน ประมงผิดค้ามนุษย์

view