สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

แนะปลุกผีฟื้น ตลาดกลางค้าข้าว เตือนรัฐอย่าแบกสต๊อก18ล.ตันทุบราคาปีหน้าร่วง

จากประชาชาติธุรกิจ

นักวิชาการแนะรัฐบาลฟื้น "ตลาดกลางค้าข้าว" สร้างราคาอ้างอิง หนุนเกษตรกรรู้ข้อมูลวางแผนการผลิต เตือนรัฐบาลเสี่ยงเก็บสต๊อกปริมาณกว่า 18 ล้านตันข้ามปี ทุบราคาข้าวปี"58 ร่วงต่อ

 หลังจากรัฐบาลกำหนด มาตรการลดต้นทุนการผลิตข้าวเปลือกนาปี ปี 2557/2558 พร้อมทั้งกำหนดมาตรการชะลอการขายข้าวเปลือกเพื่อพยุงราคาข้าวนาปีไม่ให้ตก ต่ำ ทั้งการจำนำข้าวแบบยุ้งฉาง การให้สหกรณ์เข้าร่วมซื้อขาย การให้โรงสีเข้ามาซื้อข้าวเพื่อชดเชยดอกเบี้ย แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะราคาข้าวเปลือกหอมมะลิยังคงลดลงเหลือตันละ 11,000 บาท ต่ำกว่าราคาเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ที่ตั้งไว้ตันละ 16,000 บาท

ฟื้นตลาดกลางค้าข้าว


ล่า สุด ดร.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองแห่งชาติ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า รัฐบาลควรจัดทำโครงการให้สินเชื่อเพื่อฟื้นระบบตลาดกลางเพิ่มเติม เพราะตลาดกลางจะเป็นกลไกขั้นกลางระหว่างชาวนากับโรงสี ช่วยชะลอการขายข้าวเปลือกออกสู่ตลาดในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และยังทำให้เกษตรกรรับรู้ราคาอ้างอิง แต่ที่ผ่านมา ระบบตลาดกลางถูกทำลายไป หลังจากมีการใช้โครงการรับจำนำข้าว จึงไม่มีตลาดกลางเหลืออยู่ ต่างจากชาวนากัมพูชาและเมียนมาร์ที่ยังคงมีระบบนี้ หากสามารถฟื้นระบบตลาดกลางได้ จะทำให้ชาวนามีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น

"มาตรการชะลอการขายข้าวเปลือกออกสู่ตลาดเป็นนโยบายที่ดี ช่วยชะลอการขายข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว จะช่วยพยุงราคาไม่ให้ตกต่ำ เพราะข้าวทั้งสองชนิดปลูกเพียงปีละ 1 รอบ เช่น ข้าวหอมมะลิ ปลูกได้ปีละ 8 ล้านตันข้าวเปลือก แต่ช่วงเก็บเกี่ยวชาวบ้านร้อนเงิน หากมีกลไกไปช่วยชะลอไม่ให้ขายออกจะดีมาก ส่วนข้าวเหนียวในฤดูนาปี 3.5 ล้านตัน แต่ชาวนารื้อยุ้งฉางไปหมดแล้ว และไม่มีลานตาก จึงต้องเกี่ยวมาขาย ถูกโรงสีกดราคา ส่วนสหกรณ์ที่ไปช่วยซื้อมีข้อจำกัด เช่น มีแต่ลานไม่มีอุปกรณ์รถยก การดีไซน์นโยบายแต่ไม่มีกลไก ปล่อยไปตามยถากรรม ถึงจะเป็นนโยบายที่ดีในภาคปฏิบัติก็มีปัญหา"

ห่วงสต๊อกข้าวทุบราคาปี"58

ดร.สมพร กล่าวว่า แนวโน้มราคายังลดลง เพราะขณะนี้เป็นช่วงเกี่ยวผลผลิตออกมาประมาณ 80% ซึ่งไทยไม่ใช่ประเทศเดียว กัมพูชา เวียดนามเก็บเกี่ยวช่วงเดียวกัน ทำให้ราคาข้าวใหม่ลดลงเหลือตันละ 900 เหรียญสหรัฐ หรือทอนมาเป็นข้าวแห้ง 14,000-15,000 แต่เกษตรกรเกี่ยวสด จึงขายได้เพียงตันละ 11,000-12,000 คาดว่าหลังจากนี้อีก 2 เดือนข้างหน้า ราคาอาจจะพลิกกลับขึ้นมาได้ แต่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของไทย คือรัฐบาลมีสต๊อกข้าวสารมากกว่า 18 ล้านตัน ซึ่งมีผลทำให้คู่ค้าต่างรอให้ไทยระบายข้าว โดยหวังว่าจะสามารถกดราคารับซื้อได้ต่ำกว่าเดิม

"เราเก็บข้าวใน สต๊อก 18 ล้านตัน ทุกคนรู้ ต่อไปก็จะบีบไม่ซื้อ ทำให้ราคาข้าวเปลือกเหลือตันละ 10,000 บาท ราคาส่งออกไทยลดลงต่ำกว่า 400 เหรียญ ถ้าราคาข้าวโลกเหลือตันละ 390 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทอนมาเป็นข้าวเปลือกต่ำกว่า 8,000 บาทต่อตัน ปัญหาคือยังไม่มีแนวทางที่จะลดต้นทุนให้ต่ำกว่า 8,230 บาทต่อตันได้ ต้นทุนไทยสูงสุดเมื่อเทียบกับเวียดนามตันละ 5,615 บาท และเมียนมาร์ตันละ 4,353 บาท"

นอกจากนี้ ผลจากการใช้โครงการรับจำนำ ทำให้ชาวนามุ่งเน้นเพิ่มการผลิต โดยปลูกข้าวพันธุ์ไม่ไวแสง อายุสั้น ซึ่งได้ประมาณ 10 ล้านตันข้าวเปลือกต่อปี จากผลผลิต 32.8 ล้านตัน ด้วยเหตุนี้ทำให้ภูมิภาคเอเชียเป็นประเทศที่มีอุปทานส่วนเกินมาถึง 23 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งเป็นข้าวจากกลุ่มอาเซียน และกลุ่มเวสต์เอเชียมีข้าว 27-28 ล้านตันที่ต้องผลักออกจากเอเชีย ส่งผลให้ราคาข้าวตกต่ำลง

นาย นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่าเห็นด้วยที่ควรมีตลาดกลางค้าข้าว เพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับชาวนา แต่ส่วนตัวของชาวนาต้องรู้จักต่อสู้ เพื่อสิทธิของตัวเอง เช่น รู้จักวิธีการคำนวณต้นทุน และบริหารจัดการต้นทุน การวางแผนการผลิต ดูปัจจัยที่มีผลต่อราคาข้าว เช่น ราคาธัญพืช ข้าวสาลี ข้าวโพด มีผลต่อราคาข้าวเปลือก เช่น ถ้าข้าวสารแพง ประเทศยากจนจะหันไปกินข้าวสาลีแทน เป็นต้น

"ปัญหาถ้าสต๊อกเหลือ ข้ามปีเป็นจำนวนมาก ปีต่อไปโดนรอตีหัวแน่ เช่น ตอนนี้ไม่ขายก็เน่า หาทางทำลายสต๊อกไปเลย หรือขายตัดไป จากเอฟเอโอ มีคนยากไร้ 810 ล้านคนไปเลย และประชาชนต้องปรับทัศนคติซื้อข้าวกินแพงขึ้นจากข้าวสาร 10 บาท ขึ้นไป 12-13 บาท เดือดร้อนตรงไหน เพื่อเลี้ยงชาวนาให้อยู่ได้ก่อนที่จะมีปัญหาความมั่นคงทางอาหารในอนาคต"

ชาวนาขอนโยบายชัดเจน

นาย ระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทย กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนว่าจะใช้มาตรการอะไร ในเวลากี่ปี โดยนำบทเรียนจากโครงการรับจำนำที่เจ็บปวดมาเป็นต้นแบบ ได้ ทั้งนี้ ควรกำหนดให้รัฐบาลต้องแถลงผลงานในแต่ละรอบ ๆ ให้ชาวนาได้รับรู้ว่าดำเนินการอะไรบ้าง และกำหนดบทลงโทษ หากดำเนินการไม่สำเร็จ

ขณะที่องค์กรชาวนา/องค์กรเกษตรกรทุกคนต้องรวมตัวกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง และจะช่วยสร้างอำนาจต่อรอง รัฐบาลช่วยสนับสนุนการพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชน 3,000 แห่ง สหกรณ์อำเภอละ 1 แห่งให้เติบโตให้ได้ จากปัจจุบันส่วนใหญ่จะต่อสู้กันเอง


ไร่รักษ์ไม้,สวนศิริผล,ไร่รักษ์ไม้สวนศิริผล,ปุ๋ยมูลไส้เดือน,สินค้าเกษตรแปรรูป,อุปกรณ์แค้มปิง,อุปกรณ์ป้องกันอุบัติภัย,เอาตัวรอดในภาวะวิกฤต

Tags : แนะปลุกผีฟื้น ตลาดกลางค้าข้าว เตือนรัฐอย่าแบกสต๊อก18ล.ตันทุบราคาปีหน้าร่วง

view