สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

ม็อบกระเทียมบุกศาลากลางร้อง ปู แก้

จาก คมชัดลึกออนไลน์

ม็อบกระเทียม 8 อำเภอเชียงใหม่ บุกศาลากลางร้อง "ยิ่งลักษณ์" เปิดจำนำแก้ปัญหาราคาตกต่ำ เผยเอฟทีเอทำกระเทียมเถื่อนทะลัก หอมแดงในโครงการช่วยเหลือเกษตรกรโดยให้ อคส.รับซื้อกิโลละ 15 บาท ด้วยงบ 295 ล้านนานกว่า 2 เดือน เริ่มเน่าเสียหาย กลุ่มสันติธรรมนำการเมืองขู่ฟ้อง "ยิ่งลักษณ์" ผลาญภาษี ปชช.ซื้อหอมมาทำให้เน่าทิ้งเสียหาย

          เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 มี.ค.กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจาก 8 อำเภอ ใน จ.เชียงใหม่ กว่า 500 คน   ได้รวมตัวชุมนุมประท้วงหน้าอาคารศูนย์ราชการจังหวัด เพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้เข้ามาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ที่ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระหนี้สิน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ถือป้ายเรียกร้องให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์  หามาตรการช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน

             นายณัฐนิติ วุฒิธรรมปัญญา ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่รัฐบาลสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ทำเอฟทีเอกับจีนส่งผลให้กระเทียมจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศ จำนวนมากพร้อม ๆ กับกระเทียมเถื่อนที่เข้ามาโดยมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเปิดทางลอบนำเข้า ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตทั้งราคาปุ๋ยและค่าแรงได้ปรับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันราคากระเทียมดิบในประเทศตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาท จากต้นทุนกิโลกรัมละ 10.50 บาท ทั้งที่ปีก่อนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 16 บาท ราคาผลผลิตที่ตกต่ำทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 10,000 ราย ต้องขาดทุนและแบกภาระหนี้สิน

             สำหรับมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลด้วยการจัดงบประมาณ 70 ล้านบาทผ่านกรมการค้าภายในเข้าแทรกแซงด้วยการปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการรับ ซื้อกู้เงินไปซื้อกระเทียมในราคากิโลกรัมละ 40 บาท ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เนื่องจากปีนี้จังหวัดเชียงใหม่มีผลผลิตกระเทียมแห้งประมาณ 46 ล้านกิโลกรัม  หากช่วยเหลือทั่วถึงต้องใช้เงินกว่า 1,600 ล้านบาท เกษตรกรใน 8 จังหวัด จึงยื่นหนังสือถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผ่าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการเปิดโครงการรับจำนำกระเทียมในราคา กิโลกรัมละ 40 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.- 31 ก.ค.2555 , ให้ชะลอการนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศระหว่างวันที่ 1 มี.ค.- 31 ส.ค. และ ให้รัฐบาลปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 3 ให้กับผู้ปลูกกระเทียมเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งกลุ่มเกษตรกรจะปักหลังชุมนุมเพื่อรอฟังคำตอบภายใน 24 ชั่วโมง หากรัฐบาลไม่อนุมัติโครงการจำนำกระเทียมจะมีการปิดล้อมศาลากลางและปักหลักจน กว่าจะได้รับการช่วยเหลือต่อไป

             นางสาวปานจิตต์ พิศวง พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังกลุ่มเกษตรกรได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา ในวันที่ 1 มี.ค. ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร อันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัดได้มีหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ และ อธิบดีกรมการค้าภายใน ขอให้พิจารณาโครงการรับจำนำกระเทียมแห้งคละในราคากิโลกรัมละ 40 บาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรซึ่งขณะนี้เรื่องกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

             "ล่าสุดวันที่ 3 มี.ค. ผู้แทนจากกรมการค้าภายในได้ประชุมหารือกับทางจังหวัดและตัวแทนเกษตรกรแต่ละ อำเภอเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือ เบื้องต้นกรมการค้าภายในจะใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท เข้ามาบรรเทาความช่วยเหลือในการเข้ารับซื้อผลผลิตซึ่งมาตรการนี้ทางจังหวัด ได้เสนอเรื่องไปถึงกรมการค้าภายในแล้วและคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเร็ว ๆ นี้ ส่วนโครงการรับจำนำคงต้องรอการพิจารณาเพราะเป็นโครงการใหญ่ใช้เงินมาก"  พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าว


หอมแดงเน่าเหม็นหึ่งผลาญงบ295ล้าน 

             จากกรณีที่รัฐบาลโดยคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ได้อนุมัติวงเงิน 295 ล้าน ช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อพยุงราคาหอมแดง  โดยให้องค์การคลังสินค้า (อคส.)  รับซื้อหอมแดงปึ่งจากเกษตรกรทั้งที่เป็นสมาชิก และไม่ได้เป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกร ในแบบจัดคิว เพื่อแก้ปัญหาหอมแดงราคาตกต่ำในขณะนี้  โดยพ่อค้าคนกลางจะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 5-6 บาทเท่านั้น  แต่ส่วนโครงการรับจำนำของรัฐบาลจะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 15 บาท  ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค. 2555 มีการจ่ายเงินให้เกษตรกรที่นำหอมมาจำหน่ายกับโครงการนี้ไปแล้วบางส่วน  แต่กลับไม่มีการจัดเก็บหอมแดงที่รับซื้อมาอย่างดี และไม่มีมาตรการระบายออก ทำให้หอมแดงเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว
 
             นายจิรเดช ศิลารักษ์  ประธานกลุ่มสันติธรรมนำการเมือง จ.ศรีสะเกษ  เปิดเผยว่า  ล่าสุดรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณลงมาจ่ายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงทั่ว ประเทศอีก 1,200 ล้านบาท โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบูรณ์  อุตรดิตถ์  และศีรสะเกษ  ซึ่งรอบแรกได้อนุมัติมาแล้ว 289 ล้านบาท ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีหอมเน่ามากน้อยขนาดไหน  จากนั้นจะนัดวันมารับเงินอีกที ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดีใจแทนพี่น้องที่ปลูกหอมแดง  แต่สิ่งที่น่าหดหู่ใจคือหอมแดงส่วนใหญ่เน่าเสียทั้งกระสอบ  มีบางส่วนที่ยังพอนำไปใช้รับประทาน แต่ก็น้อยมากเช่น กระสอบหนึ่งน้ำหนัก 20 ก.ก.  จะเหลือหอมดีไม่ถึง 5 ก.ก.เท่านั้น

             “ถ้ารัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหา ทำไมไม่เอารูปแบบประกันราคาหอมแดง  คือจ่ายให้เกษตรกรเขาไปตามราคาประกัน  แล้วปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดให้พ่อค้ากลางเขารับซื้อไป  ไม่ใช่มาทำอย่างนี้แล้ว ปล่อยให้หอมเน่าเสียเหมือนของไม่มีค่าอะไร อีกทั้งหอมที่เหลือก็อยู่ปะปนกับหอมเน่ามานานเกือบ 2 เดือนจะรู้ได้อย่างไรว่าจะไม่มีเชื้อโรคเจือปนอยู่ด้วย ” นายจิรเดชกล่าวและว่า

             รัฐบาลทำอย่างนี้เท่ากับเอาเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศมาละลายทิ้ง  เพราะคนทั้งประเทศปลูกหอมกี่จังหวัด  และจังหวัดที่ปลูก ๆกันกี่คน  และการมาทำอย่างนี้เชื่อหรือว่าคนปลูกหอมเขาจะภูมิใจ  เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาไม่ถูกจุดแล้ว ยังทำให้ปัญหามันซับซ้อนขึ้นอีก คุณภาพหอมศรีสะเกษก็จะไม่ได้มาตรฐานเหมือนเดิม คือชาวบ้านปลูกหอมคุณภาพดีไป  รัฐบาลรับซื้อแล้วทำให้หอมเน่า  เมื่อหอมเน่าก็เอากลับมาให้ชาวบ้านช่วยแยก และให้ตัดหัว ตัดหัวเสร็จจะทำอย่างไรต่อยังไม่รู้เลย  และเงินเกือบ 1,500 ล้านบาทที่เอามาถลุงตรงนี้จะนำกลับมาได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้

             “ถ้าเรื่องนี้ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี ผมจะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายกฯยิ่งลักษณ์เอง ฐานที่นำเงินภาษีประชาชนมาถลุงเล่น  และต่อไปก่อนที่รัฐบาลจะตัดสินใจทำอะไรต้องให้ประชาชนเขามีส่วนร่วมตั้งแต่ ต้นด้วย  ไม่ใช่คิดเองเออเอง หรือทำเพื่อหวังคะแนนนิยมเท่านั้น  ต่อไปหากคิดจะแก้ปัญหาเรื่องอื่นด้วยวิธีการแบบเดียวกันนี้  ไม่รู้ว่ารัฐบาลหรือประเทศชาติจะล่มจมก่อนกัน ” ประธานกลุ่มสันติธรรมนำการเมือง จ.ศรีสะเกษ กล่าว


เกษตรกรมันสำปะหลังฮือปิดหน้าศาลากลางแพร่

             เมื่อเวลา 10.00 น. เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจำนวน 300 คน นำโดยนายปรีชา โค้คำหล้า ตัวแทนเกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง พร้อมกับรถเครื่องเสียง ได้เดินทางมาชุมนุมเรียกร้องโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ของรัฐบาล ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดแพร่ โดยพ.ต.อ.วันชัย เจริญผล ผกก.สภ.เมืองแพร่ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนปิดทางเข้าศาลากลางจังหวัดแพร่ไว้ ต่อมาได้มอบหมายให้นายมนตรี ปานกล่ำ พาณิชย์จังจังหวัดแพร่ เป็นตัวแทนชี้แจง กับกลุ่มเกษตรกรที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้

             ในที่ประชุม นายมนตรี  ชี้แจงว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากโครงการรับจำนำมันสำปะหลังของเกษตรกร ที่จังหวัดแพร่ ไม่มี "ลานมัน" เพื่อดำเนินการรับจำนำมันสำปะหลังของเกษตรกรได้ ซึ่งตามข้อตกลงนั้นราคารับจำนำนั้น กำหนดไว้ว่าเดือน มี.ค. กก.ละ 2.80 บาท เดือนเม.ย. กก.ละ 2.85 บาท และ เดือนพ.ค. กก.ละ 2.90 บาท แต่เนื่องจากลานมัน รับจำนำมันสำปะหลังที่รับจำนำในจังหวัดแพร่ ไม่มี จึงทำให้เกษตรกรไม่สามารถนำผลผลิตไปจำนำได้ จึงได้ประสานลานมันของ จ.กำแพงเพชร และจังหวัดใกล้เคียงมารับจำนำ แต่ก็ยังไม่ลานมัน รับจำนำมันสำปะหลังจากต่างจังหวัดเข้ามารับซื้อเนื่องจากเขากลัวเรื่องของ การสวมสิทธิ ซึ่งทางพาณิชย์จังหวัดไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับให้ลานมัน จากต่างจังหวัดเข้ามารับจำนำมันสำปะหลัง ในพื้นที่ จ.แพร่ เมื่อใดได้

             ขณะที่ความเห็นของเกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง ชี้แจงว่า ปัญหาของเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังถูกทอดทิ้ง สหกรณ์การเกษตรกร ออกมาตั้งจุดปล่อยกู้กินดอกเบี้ยกับเกษตรกร ชักชวนส่งเสริมให้ปลูกมันสำปะหลัง พอมีผลผลิตกลับขายไม่ได้ หรือขายได้ กก.ละ 1.40 บาทเท่านั้น หากจะให้ไปกู้ ธกส.ในวงเงิน 30 เปอร์เซ็นต์ ก็จะกลายเป็นหนี้ซ้ำซ้อนเข้าไปอีก หลังการประชุมจึงไม่มีข้อยุติทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง รวมตัวชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดแพร่ และนำเต้นท์มาตั้งปิดขวางเข้าออกของศาลากงจังหวัดแพร่

             หลังจากนั้น นายชวลิต เมฆจำเริญ ปลัดจังหวัดแพร่ ได้เป็นตัวแทนของ นายเกษม วัฒนธรรม ผวจ.แพร่ ได้มาเจรจากับ เกษตรกรว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ประสานกับนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วได้ข้อยุติว่า ให้เกษตรกรรวบรวมจำนวนผลผลิตมันสำปะหลังทั้งหมดว่ามีจำนวนใด แล้วให้ยื่นข้อมูลให้กับพาณิชย์จังหวัดแพร่ เพื่อส่งไปยังกระทรวงพาณิชย์ แล้วหลังจากนั้นจะตั้งจุดรับรับซื้อมันสำปะหลังของเกษตรกรในราคา 2.80 บาท ทำให้เกษตรกรพอใจจึงสลายการชุมนุม


การเลี้ยงไส้เดือน,ปุ๋ยมูลไส้เดือน,ไส้เดือนดิน,รักษ์ดิน,ฮิวมิคพลัส,มูลไส้เดือนดิน,ปุ๋ยหมัก

Tags :

view